วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ชาร์ไป่ (Shar Pei)



Shar Pei (ชาร์ไป่) สุนัขสายพันธุ์ที่เรียกได้ว่าเป็น "ผู้เข้มขรึม"

ชาร์ไป่ ป็นพันธุ์สุนัขที่หายากพันธุ์หนึ่ง มันเกือบจะ สูญพันธุ์ไปแล้วเสียด้วยซ้ำ หากผู้เลี้ยงสุนัขที่ฮ่องกง ไม่ได้คิดจะอนุรักษ์ไว้ ชาร์ไป่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยับย่นไปทั้งตัวแบบนี้

ประวัติ

สุนัขพันธุ์ ชาร์ไป่ เป็นพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่มากพันธุ์หนึ่งของโลก มีถิ่นกำเนิด ในประเทศจีน ย้อนหลังไปเมื่อ 2000 ปีก่อน ถึงแม้ว่าสถานที่ที่แน่นอนของถิ่นกำเนิดจะยังไม่ทราบแน่ชัดก็ตาม แต่เนื่องจากพบรูปปั้นสุนัขหน้าตาใกล้เคียงจึงเชื่อว่า น่าจะมาจากทางจีนตอนใต้ทิเบตหรือ ดาห์-เลล ส่วนคำว่า ชาร์ไป่ หมายถึง ผิวหนังเหมือนทราย ซึ่งมาจากลักษณะของสุนัขสายพันธุ์นี้ที่มีขนหยาบ ชาร์ไป่ โดยทั่วไปถือว่าเป็นสุนัขเอนกประสงค์ (Utility Dogs) เพื่อ ใช้เฝ้าฝูงสัตว์และเป็นสุนัขอารักขา เป็นที่รู้กันว่าสุนัข ชาร์ไป่ เป็นสุนัขเฝ้าสุสาน, เนื่องจากพบรูปปั้นที่มี ลักษณะคล้ายกับเขาในสุสานโบราณอายุกว่า2000 ปี เมื่อจีนกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ได้มีการเรียกเก็บภาษีในการเลี้ยงสุนัข ทำให้การเลี้ยงสุนัขกลายเป็นสิ่งหรูหราและเป็นไปได้สำหรับคนรวย เกินเอื้อมสำหรับชาวนาทั่วๆไปต่อมาในปี 1947 ได้มีการเพิ่มภาษีและมีการประกาศห้ามเพาะพันธุ์สุนัข ทำให้จำนวน ชาร์ไป่ ลดลงจนหน้าเป็นห่วง จนในปี 1978 ได้มีการบันทึกในหนังสือ กินเนส บุ๊ค ว่า ชาร์ไป่ เป็นสุนัขพันธุ์ที่หายากที่สุดของโลก

ลักษณะนิสัย

ชาร์ไป่ สุนัขพันธุ์นี้ มีนิสัยรักอิสระ ชอบสันโดษ เรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว ชาร์ไป่ จะซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก เขาเป็นสุนัขพันธุ์ ที่ฉลาดเฉลียวซึ่งขาจะไม่ทำตามคำสั่งตลอดเวลา ชอบเล่น คล่องแคล่ว ลักษณะเด่นและกล้าหาญของเขาผูกพันกับครอบครัวของเขา แต่ไม่เป็นมิตรต่อคนแปลกหน้า ถ้าสุนัขพบแมวและเด็กในขณะที่เขายังเล็ก โดยปกติเขาจะไม่มีปัญหากับพวกเหล่านั้น ชาร์ไป่ จะแสดงอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่เคลื่อนที่ได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ สงบเป็นตัวของตัวเองและอุทิศตน พวกเขาทำให้เกิดความเป็นเพื่อนที่เต็มไปด้วยความสุขใจ และเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี ชาร์ไป่ต้องการคนดูแลที่มั่นใจตนเอง ถ้าคุณเป็นคนโลเลเกินไป ไม่คงเส้นคงวาเกินไป นุ่มเกินไปและเมตตาเกินไป ในสายตาสุนัขพันธุ์นี้ เขาจะคอยควบคุมคุณ เช่น เจ้านาย ชาร์ไป่ต้องการคนมั่นคง แต่สุภาพอ่อนโยนและต้องการการฝึกอย่างเต็มที่และคงเส้นคงวา พวกเขาเป็นสุนัขดื้อรั้นและกล้าหาญและต้องการฝึกการเชื่อฟังที่เเด็ดขาดเพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้นำของคุณ พวกเขาอาจปฎิเสธคำสั่งจากสมาชิกในครอบครัวซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นผู้นำเหนือเขา พวกเขาต้องการเจ้าของซึ่งมีความสามารถจะเป็นจ่าฝูงสุนัข สุนัขพันธุ์นี้สะอาดมากและฝึกตนเองให้ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะในที่กำหนดไว้ได้ โดยทั่วไป ชาร์ไป่ เกลียดน้ำและพยายามอย่างหนักที่จะทำให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงน้ำ ลูกสุนัขโตเร็วมากและขึ้นอยู่กับการให้อาหาร การอยู่ร่วมกันสุนัขตัวอื่นบางครั้งมีปัญหา การเข้าสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ชาร์ไป่ บางตัวมีความโดดเด่นน้อยกว่าตัวอื่น สุนัขโชว์มีแนมโน้มที่จะมีความดุร้ายน้อยกว่า อยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่นได้ ชาร์ไป่บางตัวมีแนวโน้มน้ำลายไหลโดยเฉพาะเมื่อเขาเจ็บป่วย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องหาผู้ผสมพันธุ์ที่ได้มาตราฐานเมื่อค้นหาชาร์ไป่ สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยม ในค.ศ.1980 พวกเขาถูกอ้างอิงให้เหมือนกันหนึ่งของ “Yuppie Puppies” ซึ่งหมายถึงสายพันธุ์ที่ได้รับการผสมมากอย่างไม่เอาใจใส่ บุคลิกลักษณะและสุขภาพของสุนัขสายพันธุ์นี้จำนวนหนึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่เขาเกิดมา สุนัขสายพันธุ์ที่ดีควรจะเข้ากันได้ดีกับสุนัขตัวอื่น และจะไม่มีปัญหาผิวหนังซึ่งเป็นสภาวะถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์



ชาร์ไป่ เป็นภาษาจีน แปลว่า กระดาษทราย ทั้งนี้มาจากลักษณะขน ที่ค่อนข้างแข็ง และสาก ของมันนั่นเอง ชาร์ไป่เป็น สัตว์ที่ได้ชื่อว่า รักความสะอาด และแม้ว่า มันจะเคยเป็นสุนัขในสังเวียนการต่อสู้มาก่อน แต่ชาร์ไป่ก็ไม่ใช่สัตว์ก้าวร้าว มันจึงเหมาะที่จะเป็นสุนัขสำหรับครอบครัว ที่ไม่ชอบอึกทึก ครึกโครม ก็เพราะชาร์ไป่ เค้าจะเงียบๆ เรียบร้อยซะไม่มี...

ขนาดโดยประมาณ

ส่วนสูง 46-51 ซ.ม.
น้ำหนัก 16-20 ก.ก.

รูปร่างลักษณะ

สุนัขสายพันธุ์ ชนิดนี้เป็น สุนัขพันธุ์ ที่มีรอยย่นอย่างมากมาย ทั้งชนิดหัวใหญ่ และหัวเล็กกว่าพร้อมด้วยหนังซึ่งดูหนากว่า พวกเขามีขน 3 ชนิด ชนิดขนม้า ชนิดขนแปรงและชนิดขนหมี ซึ่งหายากไม่ได้รับการยอมรับโดย AKC ชนิดขนหมีไม่ได้ในมาตราฐานที่ตกไปของ AKC เพราะว่าชาร์ไป่ที่มีความพิเศษชนิดนี้ มีขนชั้นในและขนชั้นนอกยาวมากกว่า 1 นิ้ว ทฤษฎีที่ยอมรับกันเกี่ยวกับสุนัขชนิดนี้ ขนหมีคือการถอยกลับสู่ลักษณะดั่งเดิมไปสู่ เชาว์ เชาว์ ชาร์ไป่ ขนหมีได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับชาร์ไป่สัตว์เลี้ยงคุณภาพแม้ว่าจะหายาก และทำให้เจ้าของที่ไม่รู้สับสนกับเชาว์ เชาว์ ได้เท่ากับคนทำงานคุ้มครองสัตว์ขนม้าซึ่งผิดธรรมดามีลักษณะหยาบเกินจะสัมผัสได้ ขนเต็มไปด้วยหนามแหลมและไม่ตั้งตรง ส่วนชนิดขนแปรงมีขนยาวกว่า และรู้สึกเรียบกว่า ขนทั้ง 2 ชนิดมีความยาวไม่เกิน 1 นิ้ว สีขนประกอบด้วยสีต่อเนื่องทั้งหมดและเป็นสีน้ำตาลมีทั้งสีจางลง เป็นจุด แและขนชาร์ไป่หลายๆสีซึ่งไม่ถูกต้องตามคุณสมบัติในสนามโชว์ตามมาตราฐาน AKC หูเล็กไปข้างหน้า และหางม้วนห้อยเหมือนเชาว์ เชาว์ สุนัขเหล่านี้มีสีลิ้นฟ้า-ดำ พวกเขามีรูปร่างสีเหลี่ยมจตุรัสกับโคร่งสร้างที่กว้าง ศีรษะกว้างใหญ่ ขากรรไกรกว้างหนา ตอนเล็กมีรอยย่นกว่าตอนโต และรอยย่นจะหายไปช้าๆ เมื่อพวกเขาอายุมากขึ้น



ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

ชาร์ไป่ เป็นสุนัขนายเดียว แม้เขาจะรักทุกคนในครอบครัว แต่จะมีคนเดียวที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ผู้เลี้ยงที่เหมาะกับเขาจะรู้ได้ถึงความซื่อสัตย์ที่แสดงออกมา และเข้าใจความต้องการของเขาเวลา ที่เขาต้องการอยู่ตัวเดียวเมื่อต้องเจอสถานการณ์ใหม่ๆ พวกเขาต้องการการออกกำลังกาย การเข้าสังคม ความรักและความเอาใจใส่เพื่อให้เขามีความสุขอย่างเต็มที่

ช่วงชีวิตเฉลี่ย

ช่วงชีวิตเฉลี่ยสำหรับ ชาร์ไป่ 10-12 ปี

สภาพความเป็นอยู่

ชาร์ไป่ อยู่ได้ใน Apartment ถ้าได้ออกกำลังกายเพียงพอ พวกเขาออกกำลังกายในร่มได้ปานกลาง และสามารถออกกำลังกายได้แม้จะไม่มีสนามหญ้า เพราะหัวที่ใหญ่หนาของเขา ชาร์ไป่ จึงมีความไวต่อความร้อนมาก ต้องจัดที่ร่มและน้ำไว้ให้เสมอ จัดให้พวกเขาได้ออกกำลังกายให้เพียงพอ พวกเขาจะอยู่อย่างสงบเงียบมากในที่ร่ม

การออกกำลังกาย

เขาต้องการออกกำลังกายแต่ต้องใส่สายหนังรั้งศีรษะในที่สาธารณะเพื่อให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับสุนัขตัวอื่น อย่าให้เขาออกกำลังกายมากในที่ที่อากาศร้อน เพราะเขาไม่ชอบความร้อน



การตกแต่ง

แปรงขนของเขาเป็นประจำ ขนของเขาไม่เคยตัดแต่ง สุนัขสายพันธุ์นี้ไม่มีขนชั้นใน ชนิดขนแปรงผลัดขนในช่วงการเปลี่ยนขน การเปลี่ยนขนทำให้ขนที่เหลือมองดูไม่เป็นระเบียบ อาบน้ำประมาณ 1 ครั้ง/สัปดาห์ และแปรงขนทุกวัน ระหว่างวันที่แปรงขนจะเป็นการเอาขนเก่าที่ตายออกมา และให้ขนใหม่ขึ้นแทน เจ้าของบางคนแพ้ต่อขนที่หยาบของเขา

ความเข้ากันได้กับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

เริ่มแรก ชาร์ไป่ จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งาน (Working Dogs) แต่ในปัจจุบันถูกจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่ไม่ได้ใช้เพื่อการกีฬา (Non-sporting Dogs) การเข้าสังคมกับสัตว์อื่นๆ เป็นที่สำคัญพวกเขาอาจกร้าวร้าวกับสุนัขตัวอื่นที่เป็นเพศเดียวกัน นิสัยและอารมณ์ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวชาร์ไป่ บางตัวอาจอยู่ร่วมกับสัตว์อื่นๆ ได้อย่างมีความสุข แต่บางตัวอาจจะแสดงสัญชาตญาณการไล่ล่าอยู่ ปกติจะเข้ากันได้ดีกับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หากถูกเลี้ยงมาด้วยกัน

ความต้องการการเอาใจใส่ดูแล

เป็นพันธุ์สุนัขที่ดูแลง่าย หลายคนมักเข้าใจผิดว่า สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการบำรุงรักษาเป็นพิเศษเพราะความที่มีรอยย่นอยู่เต็มตัว เพียงการดูแลเหมือนสุนัขพันธุ์อื่นๆ เช่น การฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ การดูแลเรื่องเห็บ หมัด การอาบน้ำ และความเป็นอยู่ทั่วๆ ไป เพื่อทำให้แน่ใจว่าสุนัขมีสุขภาพที่ดีก็เพียงพอแล้ว พวกเขาไม่ใช่สุนัขที่มีกลิ่นตัวและขนก็สั้นจนไม่ต้องแปรงขนให้เขาเลย บริเวณที่ต้องใส่ใจคือที่หู อาจมีการสะสมสิ่งสกปรกทำให้อากาศในหูไม่ถ่ายเทการดูแลเรื่องอาหารนั่นง่ายมากเพียงคุณให้อาหารสุนัขที่ครบถ้วนคุณค่าสารอาหารและสมดุลก็เพียงพอ แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผสมสีสังเคราะห์ (ไม่ใช่สีผสมอาหาร) วัตถุกันเสีย และเนื้อแดง ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงอีกเช่น ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด และถั่วเหลือง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ในสุนัขพันธุ์ได้

ข้อควรจำ

การที่เป็นพันธุ์สุนัขที่แสนฉลาดทำให้ ชาร์ไป่ เป็นสุนัขในฝันหลายคนอยากที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนไม่ว่าคุณจะเลี้ยงเขาไว้เพื่อการประกวดตามมาตรฐานสายพันธุ์ เพื่อลงแข่งขันควบคุมสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่ง หรือเพียงแค่ต้องการสุนัขที่ซื่อสัตย์ไว้เป็นเพื่อนสักตัว ชาร์ไป่ ก็สามารถทำให้คุณพึงพอใจได้อย่างแน่นอนพวกเขามีความสุขได้ไม่ว่าจะเลี้ยงเขาในเมืองที่มีพื้นเพียงพอหรือจะอยู่ชานเมืองก็ตาม และมีความสุขทั้งภายในบ้านและนอกบ้านเท่าๆ กัน เพราะความเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่งและชอบประจบเจ้าของ ทำให้ง่ายต่อการฝึกฝน ชาร์ไป่ ถูกเรียกว่า สุนัขจีนยอดนักสู้ ซึ่งไม่น่าจะถูกนัก เพราะพวกเขาไม่ใช่สุนัขที่ชอบความรุนแรง หรือคอยหาเรื่องทะเลาะกับสัตว์อื่นๆ แต่จะสู้ยิบตาหากถูกรังแกก่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..

http://www.pedigree.co.th/breeds/breeds_th.asp?breed_id=25&pBreedsGroup_ID=2
http://thepetslover.com/web/library/libview.asp?libID=37
http://www.awanya.com/html//article.php?sid=30
http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=7104

บางแก้ว (Bangkaew)



แหล่งกำเนิด : ประเทศไทย
ประเภท : เลี้ยงเป็นเพื่อน
การจัดกลุ่มของ เค ซี ที : กลุ่ม 5 สปิทซ์ และพันธุ์พื้นเมืองส่วน 5 เอเชี่ยนสปิทซ์ และเครือญาติยกเว้นการทดสอบใช้งาน
ประวัติโดยย่อ : เป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย ที่มาของสุนัขสายพันธุ์ นี้เกิดจากความบังเอิญที่สุนัขเพศเมียสีขาวดำของท่านเจ้าอาวาสวัดบางแก้วได้ไปผสมพันธุ์กับสุนัขป่า และได้ให้กำเนิดลูกสุนัขครอกหนึ่งซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของสุนัขพันธุ์บางแก้วในปัจจุบันปี พ.ศ. 2500 ได้มีการร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานแห่งสายพันธุ์ขึ้น เพื่อจะให้มีลักษณะประจำพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ที่แน่นอน อันเป็นที่มาแห่งสายพันธุ์บริสุทธิ์ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าของจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านนิยมเลี้ยงกันแทบจะทุกครัวเรือน ปัจจุบันมีผู้นิยมนำไปเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ





ลักษณะทั่วไป : เป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง โครงสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว
สัดส่วนที่สำคัญ : ความยาวของลำตัว : ความสูงที่ไหล่ = 1 : 1
ความลึกของหน้าอก : ความสูงที่ไหล่ = 1 : 2
พฤติกรรม/อารมณ์ : ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตัวเอง จิตประสาทมั่นคง ไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์ หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้
กะโหลก : ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว
ดั้งหัก : มีมุมหักเล็กน้อย
จมูก : สีดำ ขนาดได้สัดส่วนกับปาก
สันจมูก : ตรงและยาวพอสมควร
กรวยปาก : ยาวปานกลาง โคนปากใหญ่เรียวจรดปลายจมูก
ริมฝีปาก : แนบสนิทและมีสีเข้ม
ปาก : มีสีขาวรอบกรวยปาก (เรียกว่า ปากคาบแก้ว) เป็นที่พึงประสงค์
ขากรรไกร : ขบกันแนบสนิทแบบกรรไกร (Scissor Bite) โดยปลายฟันหน้าด้านล่างแตะโคน ด้านในของฟันบน อนุโลมให้ฟันขบเสมอกันพอดี (Level Bite)
ฟัน : เล็ก และแหลมคม สุนัขโตควรมีฟันครบ 42 ซี่
ตา : เล็กคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ (Almond) มีสีดำและสีน้ำตาล
หู : เป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดเล็กได้สัดส่วนกับหัว ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
คอ : ใหญ่ ล่ำสัน รับกับหัว และช่วงไหล่มีแผงขนยาวรอบคอ
หลัง : เส้นหลังตรง
เอว : แข็งแรงและกว้าง
บั้นท้าย : ใหญ่และแข็งแรง ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน
อก : กว้าง และลึกได้ระดับเดียวกับข้อศอก โครงกระดูกหน้าอกมีลักษณะเป็นรูปวงรี
เส้นล่าง : ท้องเว้าไม่มาก
หาง : โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง
ไหล่ : ลาดเอียงพอประมาณและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
ขาหน้า : ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรง และขนานกัน หลังขามีขนยาว ลักษณะคล้ายแข้งสิงห์
ข้อขาหน้า : ข้อเท้าสั้นทำมุมเฉียงเล็กน้อย
เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
ขาหลัง : เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ
ข้อเท้า : ทำมุมพอเหมาะกับหัวเข่า
ข้อขาหลัง : ตั้งได้ฉากกับพื้น มองทางด้านหลัง ขนานกัน
เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
การก้าวย่าง : คล่องแคล่วและทรงพลัง มองด้านข้าง ขาหน้าและหลังสอดประสานอย่างกลมกลืน เส้นหลังตรงระนาบ หัวและหางชูขึ้นอย่างสวยงาม มองทางด้านหน้า ขาหน้าและขาหลังไม่แสดงอาการปัดหรือแกว่ง
ขน : ยาวปานกลาง มี 2 ชั้นๆในละเอียดนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมบริเวณ
สี : ขาว – น้ำตาล, ขาว – ดำ, ขาว – เทา
ขนาด : ความสูงที่เหมาะสม วัดที่ไหล่ : เพศผู้ 19-21 นิ้ว (46-56 ซม)เพศเมีย 17-19 นิ้ว (41-51 ซม)อนุโลมให้ขาด-เกินได้ หนึ่งนิ้ว (2.5 เซนติเมตร)
ข้อบกพร่อง :
- ตา หรือ จมูกมีสีอ่อน

- หางไพล่
- ไม่มีแผงขนรอบคอ
- ไม่มีแข้งสิงห์
- หูใหญ่
- ปากใหญ่
- ตากลมโต
- หลังโก่ง
- หลังแอ่น
- ขนาดใหญ่
– เล็ก เกินกว่ามาตรฐานกำหนด
ข้อบกพร่องที่ต้องคัดออก :
- ขนสั้นเกรียน

- หางกุด
- หูไม่ตั้ง
- ฟันบนยื่นล้ำฟันล่าง (Overshot)
- ฟันล่างยื่นล้ำฟันบน (Undershot)
- ฟันขาดเกิน 3 ซี่
- หางม้วนงอ
- หางไม่เป็นพวง
- ความผิดปกติทางจิตประสาท
หมายเหตุ : สุนัขเพศผู้จะมีอัณฑะขนาดปกติ 2 ลูก ลงอยู่ในถุงอัณฑะเรียบร้อย







ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก..

http://www.kcthailand.org/thaibangkaew_th.asp

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ไทยหลังอาน (Thai ridgeback)

มาคราวนี้ ด้วยความที่เลือดของความเป็นคนไทยสูงมาก เลยขอนำเสนอเรื่องราวของสุนัขพันธุ์ไทย..ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้ทำความรู้จักกัน เข้าใจว่าคงจะมีเพื่อนๆ บางกลุ่ม ที่พอจะทราบข้อมูลเบื้องต้นอยู่บ้าง ยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนความรู้ให้พวกเราชาวคนรักหมาได้ทราบกันบ้างนะค๊า....

สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน

เมื่อพูดถึงพันธุ์สุนัขไทย ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะสุนัขประจำชาติ ก็คงหนีไม่พ้น สุนัขพันธุ์ "ไทยหลังอาน" หรือที่ฝรั่งตาน้ำข้าวเรียกกันว่า "Thai ridgeback" โดยเฉพาะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ให้ความนิยมกับ น้องหมาไทยพันธุ์นี้กันมาก ก็ด้วยเอกลักษณ์ของอานบนหลัง ลักษณะทางกายภาพที่ดูโดดเด่น สมส่วน สวยงาม และยังมีนิสัยตามสายพันธุ์ที่ไม่ก้าวร้าว เป็นมิตรกับคน แต่ก็พร้อมที่จะเป็นนักล่า และเป็นน้องหมาอารักขาได้อย่างดีเยี่ยมไม่แพ้สายพันธุ์ต่างประเทศ โดยสีที่ทางสหรัฐอเมริกาให้ความนิยม ก็มี Blue, Black, Faun, and Red


สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานถือได้ว่าเป็นสุนัขประจำชาติไทย ที่ได้รับการยอมรับให้จดทะเบียนสุนัขต่อสมาพันธ์สุนัขโลก (FCI) ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ไทยที่มีชาวต่างชาติหลายๆ ประเทศให้ความสนใจและนำไปเลี้ยง ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์ไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มฮาวนด์ (GROUP HOUND) โดยสมาคมพัฒนาสุนัข (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดอันดับให้ เพื่ออนาคตของสุนัขไทยหลังอานจะได้ก้าวสู่งานประกวดในกลุ่มฮาวนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ


สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน เป็นสุนัขพื้นเมืองพันธุ์แท้ จากหลักฐานของฝรั่งที่เข้ามาทำแผนที่ในเมืองไทยเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้เรียกสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานว่า ' ไทยภูกก ' ตามถิ่นที่มีคือ บนเกาะภูกก (Phu-Quoc) อันเป็นเกาะหนึ่งใกล้จังหวัดตราดซึ่งเคยเป็นของไทย แต่บัดนี้อยู่ ในความครอบครองของเวียดนาม ซึ่งเดิมนั้นสุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคตะวันออกแถบจังหวัดตราด ชลบุรี ระยอง และในปี พ.ศ. 2413 Cornelis Van Rooyen นักล่าสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่สมัยนั้น ได้นำเอาสุนัขไทยหลังอานมาผสม ข้ามพันธุ์กับสุนัขพันธุ์ mastiffs และสุนัขพันธุ์ Greyhounds ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาพันธุ์สุนัขไปเรื่อยๆ จนกลาย เป็นสุนัขพันธุ์ Rhodesian Ridgeback อันเป็นสุนัขล่าสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดพันธุ์หนึ่งของโลก เพราะสามารถใช้ ล่าสิงโตได้จนมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า LionDog การวิวัฒนาการสายพันธุ์สุนัขไทยหลังอาน ไม่มีหลักฐานบันทึกที่แน่นอนว่าเริ่มต้นมาพัฒนาสานพันธุ์ตั้งแต่เมื่อใด แต่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าในปี พ.ศ.2470 หลวงปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ (ชาตะ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2441 มรณะ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2531) ท่านเป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาสุนัขไทยหลังอาน จนได้สุนัขสีสวาทหลังอาน ที่มีสภาพสวยงาม คือขนสั้นและหางดาบ หลังจากนั้นได้นำไปผสมพันธุ์กับสุนัขไทยที่มีขนเกรียนในจังหวัดจันทบุรีและตราด ได้ลูกสุนัขหลังอานที่มีขนเกียนและกำมะหยี่ และมีผู้สนใจหลายท่านพัฒนา และจัดให้มีการจัดประกวดสุนัขไทยหลังอาน จนเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาจนปัจจุบัน


ซึ่งมาตรฐานสายพันธุ์ที่ยอมรับของสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานคือ
มาตราฐานสายพันธุ์ ลักษณะโดยทั่วไป : เป็นสุนัขพันธุ์ขนาดกลาง มีขนสั้น มีอานซึ่งเกิดจากขนอยู่บนแนวหลัง ลำตัวยาวกว่าความสูงที่หนอกคอเล็กน้อย(WITHERS) กล้ามเนื้อพัฒนาดี โครงสร้างของร่างกายเหมาะกับการเคลื่อนไหว
ศีรษะ : บริเวณกะโหลกด้านบนของศีรษะ มีลักษณะแบนและลาดลงเล็กน้อยสู่ดั้งจมูก (จุดต่อระหว่างส่วนหัวกับช่วงปาก) ดั้งจมูกเห็นได้ชัดพอควร การหักมุมไม่มากเกินไป
บริเวณหน้า : จมูกมีสีดำ สันจมูกตรงและยาว ช่วงปากเป็นรูปลิ่ม สุนัขสีน้ำตาล(FAWN) มีลักษณะปากมอม ริมฝีปากปิดสนิท ที่ลิ้นมีปานดำ ขากรไกรบนหนาพอควรและมีขากรรไกรล่างที่แข็งแรง
ดวงตา : ตามีขนาดกลางเป็นรูปอัลมอนด์ ตาสีน้ำตาลเข้ม ในพวกสีกลีบบัวและสีสวาดอนุโลมให้ตามีสีน้ำตาลอมเหลืองได้
หู : ตั้งอยู่ 2 ข้างด้านบนของหัว ทำให้หูอยู่ห่างกัน หูเป็นรูปสามเหลี่ยม ขนาดค่อนข้างใหญ่ ตั้ง และเอียงไปด้านหน้าเล็กน้อย ต้องไม่ตัดหู
คอ : มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ชูหัวให้สูง
ลำตัว : มีหลังที่แข็งแรง เอวแข็งแรงและกว้าง มีบั้นท้ายที่มนปานกลาง
อก : อกลึกถึงข้อศอก ซี่โครงแข็งแรงได้รูป ไม่ทำให้อกกลมเป็นรูปถัง
หาง : โคนหางใหญ่แล้วค่อยๆ เรียวลงสู่ปลาย ปลายหางยาวถึงส้นเท้า(HOCK JOINT) หางตั้งในแนวดิ่งหรือโค้งคล้ายเคียว
ขา : ขาหน้าตรง ขาหลังมีโคนขาที่ใหญ่ เข่างอ ข้อเท้าหลัง(HOCK) แข็งแรง เล็บสีดำหรืออาจมีสีอ่อนจนเป็นสีน้ำตาล
ท่วงท่าการเดิน : ก้าวเท้าโดยลำตัวไม่กระเพื่อมมาก หรือลำตัวโคลงซ้าย-ขวา ก้าวเดินเป็นขนาน 2 แนว เมื่อมองจากด้านข้างขาหน้าจะเคลื่อนขึ้นลงเป็นแนวตรงในลักษณะที่ไหล่ ข้อศอก และข้อขาหน้าเกือบอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นเข่าและข้อสะโพกเกือบอยู่บนแนวเดียวกัน เคลื่อนที่ไปข้างหน้าในแนวตรงโดยเท้าไม่สะบัดเข้าหรือออก การก้าวเท้าจึงยาวและมีแรงขับที่ดี ลักษณะทั่วไปขณะที่สุนัขเคลื่อนที่นั้น จะนุ่มนวลและมีจังหวะที่สมดุลย์ดี
ขน : ขนสั้นเรียบ อานเกิดจากเส้นขนที่เกิดขึ้นในแนวตรงข้ามกับเส้นขนปรกติ โดยอานจะเริ่มจากโหนกคอหลังบักเล็กน้อยและยาวไปถึงบริเวณสะโพก อานควรเห็นได้ชัด เรียวและสมดุลย์กันทั้ง 2 ข้าง นิยมพวกที่มีอานแคบ
ขนาด : ความสูงที่โหนกคอ(วัดแนวดิ่งขึ้นจากด้านหลังของขาหน้า) เพศผู้สูง 24-26 นิ้ว เพศเมียสูง 22-24 นิ้ว FCI Standard No.338/25.02.2004/GB



วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปั๊กโกะจัง (PUG)


ด้วยความที่ตัวเองมีลูกชายเป็นหมาสายพันธุ์ปั๊ก เลยอยากจะขอนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับหมาพันธุ์นี้ พอสังเขปก่อนนะค๊า "ปั๊ก"(Pug) เป็นพันธุ์หมา ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นสุนัขที่เก่าแก่ที่สุดพันธุ์หนึ่ง มีกำเนิดตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลในสมัยโบราณนิยมเลี้ยงไว้ในวัดจีน ต่อมาหมาพันธุ์ปั๊กนี้ กระจายไปอยู่ส่วนต่างๆ ของยุโรป ในประเทศฮอลแลนด์ให้เกียรติหมานี้มาก เนื่องจากมันได้ช่วยชีวิตของเจ้าชายวิลเลียม โดยการเตี๊ยมให้รู้ว่าพวกสเปนได้ยกทัพเข้ามาใกล้แล้ว ส่วนฝรั่งเศส มเหสี นโป-เลียนได้ซ่อนจดหมายไว้ที่ปลอกคอของหมาพันธุ์ปั๊ก แล้วฝากไปให้นโปเลียน เพื่อบอกว่า พระนางถูกจับขังไว้ที่ LESCARMES เหตุการณ์นี้เกิดในปี ค.ศ. 1970


มาตราฐานของสายพันธุ์หมาชนิดนี้
อุปนิสัย : สามารถอยู่ในที่เล็กๆได้หรือสามารถอยู่ร่วมกันหลายตัวได้ หายใจและกรนเสียงดังมาก
โครงสร้าง : ลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและดูกระชับได้สัดส่วน และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
ศีรษะ : มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเชิดขึ้นเล็กน้อย หน้าสั้น หนังหัวบริเวณหน้ามีรอยย่นมาก
หู : มีขนาดเล็ก ใบหูค่อนข้างบาง หูพับไปด้านหน้าหรือด้านหลัง แต่หูพับไปด้านหน้าจะได้รับความนิยมมากกว่า
ตา : สีเข้ม ลักษณะกลมโตและยื่นออกมา
ปาก : มีขนาดสั้น ควรมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฟันห้ามแลบออกมานอกปาก
จมูก : สั้น ควรมีสีดำและดูหน้าทู่เหมือนหมาพันธุ์ปักกิ่ง เวลามองตรงเข้าไปจากหน้า จมูก
ลำตัว : มีขนาดเล็ก ลำตัวล่ำสัน ลำตัวมีกล้ามเนื้อมาก ตัน
อก : กว้าง
ขาหน้า-ขาหลัง : แข็งแรงมาก ตั้งตรง ขาหน้ามีความยาวปานกลาง เท้าไม่กลมเหมือนเท้าแมว หรือนิ้วยาวมากเกินไป เล็บสีดำ
หาง : มีลักษณะ บิดเป็นเกลียวชี้ขึ้นม้วนจนเป็นวงติดกับบั้นเอว ถ้าหากหางม้วนได้ถึงสองตลบก็จัดว่าเป็นลักษณะที่สวยสมบรูณ์ที่สุด
ขน-สี : ขนสั้นละเอียด นุ่ม ตัวสีน้ำตาล บริเวณหน้า หู แก้ม ควรมีเส้นตัวสีดำหรือสีดำทั้งตัว และจะผลัดขนอยู่ตลอด
น้ำหนัก : ประมาณ 14-18 ปอนด์


"ปั๊ก" เป็นพันธุ์หมาที่นิยมเลี้ยงกันมาก เขามีนิสัยที่น่ารัก ขี้เล่น ถึงหน้าตาเขาจะดูเหมือนเป็นหมาที่คิดมากไปหน่อย แต่ถ้าลองเลี้ยงเขาแล้วจะหลงใหลโดยไม่รู้ตัว แล้วเราก็จะเผลอยิ้มไปทุกครั้งที่เราเห็นหน้าเขา ข้อควรระวังที่สุดในการเลี้ยงหมาพันธุ์นี้ คือสภาพอากาศ เพราะปั๊กจะเป็นพันธุ์หมาที่มีโพรงจมูกสั้นมาก อากาศหนาวไปหรือร้อนไป เขาจะไวต่อสภาพอากาศเร็วมากและอาจจะทนไม่ค่อยได้ ถ้าทนไม่ไหวอาจเป็นลมแดดได้ หรือถ้าอากาศเย็นควรให้อยู่ในที่อุ่นๆ เพื่อป้องกันการเป็นหวัดค่ะ




ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก..
http://th.wikipedia.org/wiki/ปั๊ก
http://women.sanook.com/pets/breed/dogs_44565.php

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Dogy dogs

เนื่องนับจากความที่ตัวเองชอบน้องหมาอยู่แล้ว จึงก่อให้เกิดบล๊อกนี้ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันความน่ารักของน้องหมาให้เพื่อนๆได้รับรู้ด้วย พร้อมทั้งสาระความรู้เรื่อง พันธุ์หมา พันธุ์สุนัข ต่างๆ วันนี้เอารูปลูกชายมาอวดด้วย เป็น หมาพันธุ์ปั๊ก อายุ 1 ปี 11 เดือน ชื่อ เด็กชายมั่งมี หรือ มีมี่ หรือ มีมี่คุง











น่ารักมั้ยคะลูกชายสุดหล่อ